วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

นักเขียนการ์ตูนมันต้องเรียนจากของจริง



ช่วงหนึ่งในสมัยยังเป็นวัยรุ่น ผมมีความฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่ตอนนั้นผมยังไม่ประสีประสากับการวาดการ์ตูนอะไรแค่พอขีดๆเขียนๆได้ แต่ใจมันก็อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนจึงพยามหาหนทางในการเป็นนักเขียนที่ดี

จนมาวันหนึ่งผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขาพูดถึงการเป็นนักเขียนว่า หากจะเป็นนักเขียนที่ดีเราต้องลงไปสัมผัสกับเรื่องราวที่เราจะเขียนถึงเพื่อที่เราจะได้เรียนรู้และเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แบบที่อาจารย์เฉลิมชัยพูดบ่อยๆนั่นล่ะว่า มันต้องมีจิตวิญญาณ (ฮา)



ช่วงนั้นผมอยากเขียนการ์ตูนแนวแอ๊คชั่นต่อสู้ มีศิลปะการต้องสู้เป็นเนื้อเรื่อง ประกอบกับช่วงนั้นผมกำลังชื่นชอบภาพยนต์เกี่ยวกับนินจาที่มีนักแสดงชื่อ โชโคซูกิ (Sho kosuki) แสดงนำ ตอนนั้นโชโคซูกิกำลังโด่งดังมากๆในช่วงยุค 80 และอิธิพลหนังของโชทำให้ผมอยากเป็นนินจากับเขาบ้างประกอบกับอยากจะเขียนการ์ตูนที่มีตัวเอกเป็นนินจา(ตัวผมนี่ล่ะพระเอก ฮา) ผมก็เลยทึกทักเองว่าการเป็นนักเขียนที่ดีเราต้องลงไปสัมผัสกับสิ่งที่เราจะเขียนถึง ผมก็เลยพยามทำตัวให้เป็นนินจา(ฮา)

ผมโชคดีที่ตอนนั้นมีเพื่อนๆที่กำลังเรียนศิลปะการป้องกันตัวยูโด คาราเต้ และเทควนโด้ ก็เลยแอบไปเลียบๆเคียงๆถามเขาเรื่องว่านินจาเขาฝึกยังไงฟะ(ฮา) พอดีจังหวะมันได้ อาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่สอนคาราเต้แกกำลังควงกระบองสองท่อน ผมก็เลยถือวิสาสะบอกผมขอลองบ้างได้มั้ยครับ แบบเคยเห็นในหนังของบรู๊ชลีเขาก็ใช้ควงกันเฟี้ยวฟ้าว ฟาดซ้ายฟาดขวา คนร้ายกระเด็นกระดอน ผมก็เลยควงๆเหวี่ยงๆฟาดๆแบบในหนังที่เคยดูมา จินตนาการว่าตัวเองคือนินจาผสมบรู๊ชลี.........ผลคือหัวปูดเป็นลูกมะนาว ฮื่อๆๆ สรุปแล้วการเป็นนินจานี่มันยากนะแต่การจะเป็นนักเขียนที่เรียนรู้เรื่องนินจานี่มันยากกว่าอีก ฮื่อๆๆ





buffToon

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น